ปวดเข่าเกิดจากอะไร? 7 สาเหตุที่พบบ่อย พร้อมวิธีรักษา

ปวดเข่าเกิดจากอะไร

อาการปวดเข่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยทำงาน นักกีฬา ไปจนถึงผู้สูงอายุ หลายคนอาจคิดว่าอาการปวดเข่าเป็นเรื่องปกติและสามารถหายได้เอง แต่ในความเป็นจริง อาการปวดเข่าอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหรือความผิดปกติบางอย่างที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

1. ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)

เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้เกิดอาการปวด ข้อฝืด และมีเสียงดังในข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดเข่าขณะเดินหรือขึ้นลงบันได
  • ข้อฝืดหลังตื่นนอน
  • เข่าบวมเป็นครั้งคราว

2. เอ็นอักเสบหรือบาดเจ็บจากการใช้งานมากเกินไป

พบได้ในผู้ที่ออกกำลังกาย วิ่ง หรือเล่นกีฬาบ่อย โดยเฉพาะการใช้งานซ้ำ ๆ จนเกิดการอักเสบของเอ็นรอบข้อเข่า

3. หมอนรองกระดูกอ่อนเข่าฉีก (Meniscus Tear)

มักเกิดจากการบิดหมุนเข่าอย่างรวดเร็ว หรือการเล่นกีฬา ทำให้เกิดอาการปวด บวม และรู้สึกเหมือนเข่าล็อก

4. เอ็นไขว้หน้าบาดเจ็บ (ACL Injury)

พบได้บ่อยในนักกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล หรือแบดมินตัน ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวม และไม่สามารถลงน้ำหนักได้ตามปกติ

5. ภาวะกระดูกสะบ้าเคลื่อน

มักพบในวัยรุ่นและคนที่เล่นกีฬา ทำให้มีอาการปวดบริเวณด้านหน้าของเข่า โดยเฉพาะเวลาขึ้นลงบันได

6. โรคเกาต์

เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในข้อ ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง ร้อน อย่างเฉียบพลัน

7. โรครูมาตอยด์

เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่ทำให้เกิดการอักเสบของข้อ หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่อการใช้งานข้อในระยะยาว

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดเข่าต่อเนื่องเกิน 1-2 สัปดาห์
  • เข่าบวม แดง หรือร้อน
  • ไม่สามารถเดินหรือลงน้ำหนักได้
  • เข่าล็อกหรือเหยียดงอได้ไม่สุด
  • มีอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บร่วมด้วย

สรุป

อาการปวดเข่าอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การใช้งานมากเกินไปไปจนถึงโรคข้อเข่าเสื่อมและการบาดเจ็บของเอ็นหรือหมอนรองกระดูก หากมีอาการปวดเข่าที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมค่ะ